มารู้จักชื่อกันค่ะว่า เมืองทั้งห้ามีอะไรบ้าง
1. เมือง Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร)
2. เมือง Vernazza (เวร์นาซซา)
3. เมือง Corniglia (คอร์นีเลีย)
4. เมือง Manarola (มานาโรลา)
5. เมือง Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร)

หากพูดคำว่าชุมชนชาวประมง เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงเมืองที่เปียกแฉะ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวของสัตว์ทะเล คราคร่ำด้วยชนชั้นแรงงาน แบกหามลากอวน ขนส่งปลาเพื่อเข้าไปขายในเมือง น้อยคนนักที่จะนึกถึงชุมชนเล็กๆ น่ารักๆ ทางตอนเหนือของอิตาลีอย่าง ชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre)

free-wallpaper-10

แน่นอนว่าชื่อของชิงเคว เตเร่ อาจจะยังไม่คุ้นหูคนไทยส่วนใหญ่มากนัก เนื่องจากบริษัททัวร์ในเมืองไทยแทบทั้งหมด จะไม่ใส่เมืองนี้ลงไปในโปรแกรม เนื่องจากการเดินทางไปค่อนข้างบำบาก ถ้าต้องการเดินทางเป็นคณะใหญ่ๆ แต่หากใครชอบเที่ยวด้วยตัวเองแบบไม่ง้อทัวร์ก็อยากจะแนะนำให้ทำความรู้จักกับที่นี่ดูบ้าง

ชิงเคว เตเร่ หมายถึง ดินแดนทั้งห้า ซึ่งประกอบด้วย หมู่บ้านน่ารักๆ 5 หมู่บ้าน ซึ่งมีลักษณะร่วมหลายๆ อย่างเหมือนกัน คือเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนหน้าผาหรือชายเขา ติดทะเล ลักษณะของสิ่งปลูกสร้างมีสีสันฉูดฉาด เป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งก่อตั้งมากว่า 1,300 ปีที่แล้ว ชิงเคว เตเร่ ตั้งอยู่ในเมืองลา สเปเซีย (La Spezia) แคว้นลิกูเรีย (Liguria) ซึ่งถือว่าเป็นแคว้นที่เป็นริเวียร่าของประเทศอิตาลีเลยก็ว่าได้ แคว้นลิกูเรีย เป็นแคว้นที่เล็กที่สุดในอิตาลี ถูกกั้นด้วยเทือกเขาแอลป์ และเทือกเขาอัลไพน์ อีกด้านหนึ่งติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของชิงเคว เตเร่ นั่นเอง ซึ่งนั่นทำให้สภาพอากาศของแคว้นนี้ดีตลอดทั้งปี คือในฤดูหนาวอุณหภูมิอยู่ที่ 10 องศาและในฤดูร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเท่านั้นเอง

free-wallpaper-13

เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล ทำให้การเดินทางมายังชิงเคว เตเร่ แต่เดิมไม่สะดวกนัก แต่ปัจจุบันสามารถไปที่นี่ด้วย 3 วิธีหลักๆ ด้วยกันคือ รถไฟ ทางรถ และสุดท้ายคือทางเรือ การนั่งรถไฟเข้าไปเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด หากมาจากเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ก็สามารถมาลงที่สถานีลา สเปเซีย แล้วเปลี่ยนรถไฟต่อเข้าไปที่หมู่บ้านทั้ง 5 อีกต่อหนึ่ง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางยอดนิยม เพราะจะได้ผ่านเมืองปิซ่า (Pisa) เพื่อเยี่ยมชมหอเอนเมืองปิซ่า หรือจะนั่งมาจากมิลานเลยโดยตรงก็ได้ เพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็จะผ่านมาทางเมืองเจนัว (Genoa) เมืองหลวงของแคว้นลิกูเรีย และจะได้เห็นวิวของชายฝั่งริเวียร่าแห่งอิตาลีแทบจะตลอดเส้นทาง หากจะขับรถมาก็ได้ โดยสามารถจอดรอที่หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แล้วเดินทางระหว่างหมู่บ้านด้วยการนั่งรถไฟจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ส่วนวิธีสุดท้ายคือทางเรือ สามารถเดินทางโดยการเช่าเหมาลำ หรือการนั่งเรือยอชต์ส่วนตัวแบบเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street ในฉากที่ล่องเรือมายังอิตาลีเพื่อพักผ่อนก็คือที่ชิงเคว เตเร่นี่แหละ

ปัจจุบันชิงเคว เตเร่ ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ทำให้ที่นี่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ อย่างโรงแรม 5 ดาวสุดหรู แต่จะเป็นตึกเตี้ยๆ 2-3 ชั้นเสียมากกว่า ที่นี่อาจจะดูไม่เป็นระเบียบมากนัก แต่ก็น่ารักในแบบของมัน โบสถ์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ล้วนเป็นร้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านมาเปิดกันเอง ขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างมะนาวเหลือง ปลาแอนโชวี่ น้ำมันมะกอก และไวน์

การเที่ยวชมหมู่บ้านทั้ง 5 แห่งได้แก่ มอนเตรอสโซ (Monterosso), เวอร์นาสซา (Vernazza), คอร์นีเลีย (Corniglia), มานาโรลา (Manarola) และริโอมาจจอเร (Riomaggiore) ไล่จากเหนือลงมาทางใต้นั้น แนะนำว่าไม่ควรจะซื้อ Day Trip แต่อยากให้ลองมาใช้ชีวิตเช่าโรงแรมอยู่ที่นี่สักคืนสองคืนเพื่อจะได้ซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มที่ เพราะนอกจากหมู่บ้านจะน่ารักด้วยตัวของมันเองแล้ว ผู้คนที่นี่ยังเป็นมิตร และรู้จักกันแทบทั้งหมู่บ้าน ตอนเช้าหมอกจะปกคลุมไปทั่วทุกภูเขา แดด จะเริ่มส่องเมื่อเข้าสู่เวลาเที่ยงไล่ไปจนถึงหกโมงเย็น ร้านรวงเริ่มเปิดตั้งแต่ราวๆ 10 โมง สักประมาณทุ่มตรงก็ปิดกันหมดแล้ว แต่ในส่วนของร้านอาหารจะยังคงเปิดอยู่จนถึงดึก โรงแรมแทบทั้งหมดถูกดัดแปลงมาจากบ้านดั้งเดิมของคนที่นี่ ดังนั้นหลายๆ โรงแรมก็จะให้ความรู้สึกราวกับอยู่โฮมสเตย์เลยทีเดียว