วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเมืองน่ารักๆ ที่มีทั้งความโรแมนติก สีสันบ้านเรือนที่น่ารักสดใสมาก จนเสมือนว่าเรากำลังหลุดเข้าไปเที่ยวเล่นในเทพนิยายกันเลยค่ะ ซึ่งเมืองนี้ก็คือเมือง “Cesky krumlov” (เชสกีกรุมลอฟ) ซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณเช็ก โดยทริปน่ารักๆครั้งนี้เราจะไปตามรอยของคุณ fishincan แห่งห้อง Blue Planet จาก Pantip ที่จะเป็นผู้นำทางในทริปนี้กันค่ะ

จาก PRAHA เรานั่งรถมาไม่นานมาถึงเที่ยงๆ ลงผิดป้ายมาลงด้านหลังปราสาท งง เลย เห็นแต่กำแพงด้านหลังปราสาทผมต้องรับหน้าที่วิ่งสำรวจรอบบริเวณ และให้แฟนยืนรอเฉยๆ พอเจอทางเข้าแล้วก็วิ่งกลับมาบอกแฟนลากกระเป๋าเข้าไปในเมืองกัน วินาทีแรกที่ได้เห็น มันเหมือนกับ “กำลังเดินเข้าเมืองในเทพนิยาย”

ผมขอร้านอาหารข้างๆให้เค้าโทรบอกเจ้าของ Guest house  ไว้ ว่าเราได้มาถึงแล้ว ในขณะเดียวกันผมก็ปลอบใจภรรยาว่า” สงสัยตอนกลางวันคนออกไปเที่ยวหมดละมั้ง ” เพราะเราสองต่างก็รู้กันดีว่า เราปอดแหกกันยิ่งกว่าอะไรดี รออยู่เกือบชั่วโมง เจ้าของบ้านก็มาเปิดให้ เราขนสัมภาระเข้าไปในบ้าน เจ้าของบ้านเป็นป้าผู้หญิง ท่าทางใจดี พูดอังกฤษตะกุกตะกัก ถามเราว่าอยู่สามวันใช่มั้ย เราบอกว่าใช่ แล้วป้าก็บอกว่า ” ยูสองคนน่ะ อยู่กันอะโลนเลยนะ สามวันนี้ไม่มีคนอื่น ” ในขณะวินาทีที่กำลังตะลึงงันอยู่นั้น ป้าก็บอกอีกว่า ” เต็มที่เลย ทำตัวตามสบาย ไม่มีใคร จะมีแค่คนเอาอาหารเช้ามาวางไว้ให้ ”  รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที

เมื่อป้าบ๊ายบายเดินจากไป ทิ้งไว้แต่ความเงียบงัน สิ่งแรกที่ผมต้องทำเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวของเรา คือ เดินสำรวจบ้านสามชั้นนี้ให้ทั่ว ว่ามีใครแอบอยู่หรือเปล่า ภรรยาให้กำลังใจอยู่ชั้นล่างตรงประตูทางออกส่วนตัวผมนั้น ในมือกำมือถือเปิดเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” ไว้แน่น

ขึ้นมาชั้นสอง ชั้นนี้มีสองห้องนอน กับหนึ่งห้องน้ำ และห้องครัวทุกห้องเปิดประตูแง้มๆไว้นิดหน่อยไม่ปิดสนิทให้มีช่องว่างแห่งความท้าทายช่องว่างที่ทำให้เราอยากรู้อยากเห็น และกระวนกระวายใจ หากไม่ได้เปิดออกดู กว่าจะเปิดประตูแต่ละห้องได้ ใจเต้นตุบตับ ถ้าเป็นหนังก็คงอารมณ์เหมือนคนดูจะรู้ว่าเปิดไปต้องเจอแน่ อย่าเปิดนะ แต่พระเอกก็ยังเปิดเข้าไปเหมือนไม่ได้ยินเสียงคนดูจะตะโกนห้าม

เปิดเข้าไปแต่ละห้องก็ดูดีทั้งนั้น ของเก่าที่ใช้ ดูด้วยตาไม่ต้องสำรวจอะไรมากมายก็พอจะรู้ว่าเก่าจริงแน่ๆ โต๊ะเก้าอี้ต่างๆลวดลายสวยแปลกตา ดูสวยและน่ากลัวไปพร้อมกันแต่ที่อดจะกลัวไม่ได้จริงๆคือ ทำไม เตียงถึงได้มีรูปคนติดอยู่ด้วย รูปคนติดเตียงแบบนี้ จะให้คิดเป็นอื่นได้อย่างไร นอกเสียจากรูปเจ้าของแน่นอน จะติดทำไม ไม่เข้าใจ กลัวใครจะมาแย่งหรอกลัวใครจะมาแย่งหรอๆๆๆ แย่แล้ว ถ้าเค้ากลัวใครจะมาแย่งจริงๆ สงสัยคนๆนั้นคงเป็นเรา คืนนี้อาจจะต้องนอนพื้น

หลังจากสำรวจชั้นสองครบทุกห้อง ก็มาถึงห้องครัว ที่ปลายสุดห้องครัวมีประตูเล็กๆบานนึง เปิดดูเป็นบันไดแคบๆพอดีตัว มืดๆ ปลายบันไดมีเก้าอี้ตัวใหญ่ตั้งประจันหน้าอยู่ เป็นทางสู่ห้องใต้หลังคา ผมหันหลังเดินออกมาไม่คิดจะเดินขึ้นไป แต่เหมือนใจมันรบเร้า นั่นไง อารมณ์พระเอกหนังผีเลย รู้ว่าต้องเจอ แต่ก็ยังอยากรู้ ฝืนใจเดินขึ้นไป ไอโฟนในมือถูกเร่งเสียงจนสุด พร้อมกับก้าวแรกช้าๆ

กลับถึงบ้านพักเกือบเที่ยงคืน โห บ้านนี่ตอนกลางวันว่าน่ากลัวแล้วนะตอนกลางคืนนี่ยิ่งกว่า เข้าห้องเปิดฮีตเตอร์ ดีนะเอาลำโพงเล็กติดตัวมาได้ มีไว้เพื่อทำลายความวังเวงโดยเฉพาะเปิดดังเต็มที่ เพราะสำรวจแล้ว รอบๆข้างไม่มีบ้านไหนมีคนอยู่เลย เหมือนจะเป็นร้านที่มีคนมาเปิดตอนกลางวัน แต่พอเย็นก็ปิดร้านไปอยู่ที่อื่นกันหมด เหลือกันสองคน ในบ้านหลังใหญ่ นอนตัวติดกันทั้งคืน จะเอาหมอนข้างมากั้นกลางยังไม่ได้ อย่าว่าแต่หมอนข้างเลย จะนอนตะแคงหันหน้าออกยังไม่กล้าเล้ยยยยยย หลับยาวไปถึงเช้า ตื่นมาสบาย ไม่เจออะไร แปลว่า “ผ่าน” ตามสัญชาติญาณ ถ้าคืนแรกไม่มีอะไร ก็จะไม่กลัวละ วันนี้เช้าออกมาเดินเล่นคนเดียวแฟนบอกเดินจนเท้าบวมขอพักหน่อย ผมถามว่าอยู่คนเดียวไม่กลัวหรอ แฟนบอกสบายมาก ไปเถอะ ผมเดินออกจากบ้านมาได้ไม่กี่ก้าว เสียงเพลงก็ลั่นดังจากในบ้านจะทะลุออกมานอกบ้าน

เช้านี้เดินเล่นๆรอบเมืองเริ่มจากริมแม่น้ำก่อน บรรยากาศดีมากๆ เลยตอนเช้า สดชื่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *